คลินิกตรวจโรคทั่วไป · ใกล้ BTS ปุณณวิถี กรุงเทพฯ

ตรวจรักษาท้องเสียและอาหารเป็นพิษ

เมื่อท้องเสียหรืออาเจียน การดูแลเริ่มจากชดเชยน้ำและเกลือแร่ที่เสียไป แพทย์จะช่วยประเมินสาเหตุและวางแผนรักษาให้เหมาะกับอาการของคุณ

ท้องเสียแปลว่าอาหารเป็นพิษเสมอไปไหม?

ไม่เสมอไป อาการถ่ายเหลว ปวดบิด คลื่นไส้ และอาเจียน อาจเกิดจากอาหารหรือน้ำที่ปนเปื้อน แต่ยังเกิดจากไวรัสที่ติดต่อระหว่างคน ยาบางชนิด หรือโรคของลำไส้อื่น ๆ ได้ด้วย อาการจากอาหารเป็นพิษอาจเริ่มหลายชั่วโมงหรือหลายวันหลังรับประทานอาหารหรือดื่มน้ำที่ปนเปื้อน อาหารมื้อล่าสุดจึงไม่ใช่สาเหตุเสมอไป การมีไข้ เลือดปนในอุจจาระ และระยะเวลาที่เป็น ช่วยให้แพทย์ประเมินสาเหตุและความรุนแรงได้

แหล่งข้อมูล: [1] [2]

ควรแจ้งอะไรกับแพทย์เมื่อมาด้วยอาการท้องเสีย?

แจ้งว่าถ่ายบ่อยแค่ไหน ดื่มน้ำแล้วอาเจียนออกมาหรือไม่ ปัสสาวะลดลงไหม และมีไข้หรือเลือดปนในอุจจาระหรือเปล่า รวมถึงประวัติการเดินทาง การรับประทานอาหารร่วมกับผู้อื่น การใกล้ชิดคนที่ป่วย การใช้ยาปฏิชีวนะช่วงที่ผ่านมา และโรคประจำตัว แพทย์จะตรวจท้องและประเมินว่าร่างกายขาดน้ำหรือไม่ อาจตรวจอุจจาระหรือเลือดเมื่อจำเป็น โดยเฉพาะเมื่ออาการเป็นนาน รุนแรง หรือมีลักษณะผิดปกติ ไม่จำเป็นต้องตรวจทุกคนที่ท้องเสียเพียงช่วงสั้น ๆ

แหล่งข้อมูล: [3] [2]

ท้องเสียและอาเจียนรักษาอย่างไร?

สิ่งสำคัญคือการชดเชยน้ำและเกลือแร่ที่ร่างกายสูญเสียไป โดยอาจดื่มสารละลายเกลือแร่สำหรับท้องเสีย (ORS) หากคลื่นไส้ ให้จิบทีละน้อยแต่บ่อยครั้ง หลังตรวจประเมิน แพทย์ที่ Kauri จะวางแผนรักษาและจ่ายยาตามความเหมาะสม ยาลดอาการถ่ายไม่ได้เหมาะกับทุกกรณี โดยเฉพาะเมื่อถ่ายเป็นเลือดหรือมีไข้ร่วมด้วย แพทย์จะพิจารณาก่อนว่าควรใช้หรือไม่

ยาปฏิชีวนะใช้เฉพาะการติดเชื้อบางชนิดหรือบางกรณีที่มีอาการรุนแรง ไม่ใช่ยาที่ต้องใช้ทุกครั้งเมื่อท้องเสีย การเลือกยาขึ้นอยู่กับเชื้อที่สงสัย ความรุนแรง ประวัติการเดินทาง และสุขภาพของผู้ป่วย ไม่ได้พิจารณาจากจำนวนครั้งที่ถ่ายเพียงอย่างเดียว

แหล่งข้อมูล: [2] [3]

ท้องเสียหรืออาหารเป็นพิษกี่วันจึงจะดีขึ้น?

อาการท้องเสียหลายกรณีดีขึ้นภายในไม่กี่วัน และอาหารเป็นพิษมักทุเลาภายใน 1 สัปดาห์ รับประทานอาหารเมื่อรู้สึกไหวและให้ความสำคัญกับการดื่มน้ำ หากท้องเสียไม่หยุด อาเจียนต่อเนื่อง หรืออาการกลับมาเป็นอีกหลังจากดีขึ้น ควรพบแพทย์ หากป่วยนานหลังกลับจากเดินทาง อาจต้องตรวจหาสาเหตุอื่นเพิ่มเติม ไม่ควรใช้ยาเดิมซ้ำไปเรื่อย ๆ

แหล่งข้อมูล: [1] [2]

ป้องกันไม่ให้แพร่เชื้อไปยังคนอื่นได้อย่างไร?

ล้างมือด้วยสบู่และน้ำ ทำความสะอาดพื้นผิวในห้องน้ำ และงดเตรียมอาหารให้ผู้อื่นขณะป่วย คำแนะนำทั่วไปด้านการป้องกันการแพร่เชื้อคือ ควรหยุดงานจนกว่าจะพ้นอย่างน้อย 48 ชั่วโมงหลังอาเจียนหรือถ่ายเหลวครั้งสุดท้าย สำหรับผู้ที่ทำงานสัมผัสหรือเตรียมอาหาร ต้องปฏิบัติตามข้อกำหนดของสถานที่ทำงานและหน่วยงานสาธารณสุขในพื้นที่ด้วย

แหล่งข้อมูล: [3]

คำถามที่พบบ่อย

อาหารเป็นพิษต้องใช้ยาปฏิชีวนะไหม?

ไม่จำเป็นต้องใช้ทุกราย หลายกรณีดีขึ้นได้ด้วยการชดเชยน้ำและเกลือแร่ รวมถึงการรักษาตามอาการ แพทย์จะพิจารณายาปฏิชีวนะเมื่อสาเหตุที่สงสัยและความรุนแรงของโรคบ่งว่าจำเป็น

ท้องเสียต้องงดอาหารทั้งหมดไหม?

โดยทั่วไปไม่จำเป็น ควรดื่มน้ำให้เพียงพอและรับประทานอาหารเมื่อรู้สึกไหว อาจเริ่มจากปริมาณน้อย ๆ และหลีกเลี่ยงอาหารที่สังเกตว่าทำให้อาการแย่ลง

กลับจากเที่ยวแล้วยังท้องเสีย ควรทำอย่างไร?

ควรนัดพบแพทย์ พร้อมแจ้งวันเริ่มอาการ สถานที่ที่เดินทางไป ยาหรือการรักษาที่ได้รับ และนำผลตรวจเดิมมาด้วย อาการที่เป็นต่อเนื่องอาจต้องตรวจหาสาเหตุโดยเฉพาะ แทนการซื้อยารับประทานเองซ้ำ ๆ

Kauri Health Clinic

นัดพบแพทย์ที่ Kauri

แจ้งอาการที่เป็นและวันที่เริ่มมีอาการ รวมถึงยาหรือการรักษาที่ได้รับมาก่อน หากมีรายการยาที่ใช้ ประวัติแพ้ยา หรือผลตรวจเดิม ควรนำมาด้วย เพื่อช่วยให้แพทย์วางแผนการรักษาได้เหมาะกับคุณ

ค่าปรึกษาแพทย์ 500 บาท

ราคานี้เป็นค่าปรึกษาแพทย์ ส่วนค่ายาหรือค่าตรวจเพิ่มเติม สามารถสอบถามเจ้าหน้าที่ก่อนรับบริการได้

3063 ถนนสุขุมวิท แขวงบางจาก เขตพระโขนง กรุงเทพฯ 10260 ใกล้ BTS ปุณณวิถี

เปิดวันอังคาร–เสาร์ เวลา 9.00–18.00 น. หยุดวันอาทิตย์และวันจันทร์

ดูแผนที่และเส้นทางมาคลินิก

แหล่งข้อมูลทางการแพทย์

ตรวจสอบแหล่งข้อมูลล่าสุด: 17 ตุลาคม 2569

  1. NHS: อาหารเป็นพิษ
  2. CDC Yellow Book: ท้องเสียในผู้เดินทาง
  3. NHS: ท้องเสียและอาเจียน

ดูบริการตรวจรักษาโรคทั่วไปที่ Kauri

Kauri ให้บริการตรวจรักษาโรคทั่วไป จ่ายยาตามความเหมาะสม และดูแลบาดแผลเล็กน้อย อ่านรายละเอียดบริการ ค่าปรึกษาแพทย์ และการเตรียมตัวก่อนมาพบแพทย์ได้ที่หน้าหลัก

ดูบริการตรวจรักษาโรคทั่วไปทั้งหมด
แชตทาง LINE