Kauri Health Clinic · BTS ปุณณวิถี

ไวรัสตับอักเสบบี: การติดเชื้อ ภูมิคุ้มกัน และการตรวจเลือด

เข้าใจความแตกต่างระหว่างการติดเชื้อกับการมีภูมิคุ้มกัน และบทบาทของ HBsAg กับ Anti-HBs

ไวรัสตับอักเสบบีคืออะไร?

ไวรัสตับอักเสบบี หรือ HBV ทำให้ตับติดเชื้อได้ทั้งแบบเฉียบพลันซึ่งเป็นช่วงสั้น ๆ และแบบเรื้อรังที่มีเชื้ออยู่นาน ติดต่อผ่านเลือดและสารคัดหลั่งบางชนิดที่มีเชื้อ รวมถึงระหว่างมีเพศสัมพันธ์และการคลอด หลายคนไม่มีอาการ การตรวจเลือดช่วยแยกระหว่างการมีเชื้อในปัจจุบันกับการมีภูมิคุ้มกัน และมีวัคซีนช่วยป้องกันไวรัสตับอักเสบบีได้

เชื้อที่ทำให้เกิดโรค
ไวรัส
ตัวอย่างที่ใช้ตรวจ
เลือด
แนวทางรักษา
มีทั้งระยะเฉียบพลันและเรื้อรัง ดูแลตามผลประเมิน

ไวรัสตับอักเสบบีติดต่อได้อย่างไร?

ติดต่อได้จากเพศสัมพันธ์กับผู้มีเชื้อ การใช้เข็มหรืออุปกรณ์ที่ปนเปื้อนเลือดร่วมกัน และจากแม่สู่ลูกขณะคลอด การใช้มีดโกนหรือแปรงสีฟันร่วมกันก็อาจทำให้สัมผัสเลือดที่มีเชื้อได้ โดยทั่วไปไม่ติดต่อจากการรับประทานอาหารร่วมกัน กอด ไอ หรืออาหารและน้ำที่ปนเปื้อน การตรวจและฉีดวัคซีนให้คู่นอนหรือคนในบ้านตามความเหมาะสมช่วยป้องกันการติดเชื้อได้

ไวรัสตับอักเสบบีมีอาการอย่างไร?

อาจมีอ่อนเพลีย เบื่ออาหาร คลื่นไส้ ปวดท้อง ปวดข้อ ปัสสาวะเข้ม ตัวเหลืองหรือตาเหลือง อาการเฉียบพลันอาจเริ่มประมาณ 60–150 วันหลังรับเชื้อ แต่หลายคนไม่มีอาการ ระยะเวลาที่อาการเริ่มไม่ใช่ระยะเวลาที่ใช้กำหนดว่าจะตรวจพบเชื้อได้เมื่อไร ส่วนการติดเชื้อเรื้อรังอาจไม่มีอาการทั้งที่ตับได้รับผลกระทบอยู่ จึงไม่สามารถใช้อาการเพียงอย่างเดียวบอกว่ามีเชื้อหรือมีตับอักเสบมากน้อยแค่ไหน

ติดไวรัสตับอักเสบบีแล้ว ต้องมีเชื้อตลอดชีวิตไหม?

ไม่เสมอไป ผู้ใหญ่ที่สุขภาพแข็งแรงส่วนใหญ่สามารถกำจัดการติดเชื้อใหม่ได้ แต่ผู้ที่รับเชื้อตั้งแต่วัยทารกมีโอกาสกลายเป็นเรื้อรังสูงกว่ามาก การตรวจ HBsAg เป็นบวกต่อเนื่องอย่างน้อย 6 เดือนสนับสนุนว่ามีการติดเชื้อเรื้อรัง แอนติบอดีบางชนิดยังคงอยู่ได้หลังหายจากการติดเชื้อเดิม ดังนั้น การพบแอนติบอดีจึงไม่เท่ากับยังมีการติดเชื้ออยู่ ผู้มีเชื้อเรื้อรังควรติดตามแม้รู้สึกแข็งแรง เพราะความเสี่ยงต่อพังผืดในตับและมะเร็งตับอาจเพิ่มขึ้น

HBsAg กับ Anti-HBs ต่างกันอย่างไร?

HBsAg ตรวจหาแอนติเจนที่ผิวของไวรัสตับอักเสบบี เพื่อช่วยประเมินการติดเชื้อในปัจจุบัน ส่วน Anti-HBs ตรวจหาแอนติบอดีที่สัมพันธ์กับภูมิคุ้มกันป้องกันโรค ซึ่งมักเกิดหลังฉีดวัคซีนหรือหายจากการติดเชื้อ ทั้งสองรายการให้ข้อมูลคนละด้าน ไม่ใช่การตรวจหาเชื้อสองชนิด การประเมินครั้งแรกให้ครบถ้วนขึ้นอาจรวม total Anti-HBc เพื่อดูว่าเคยติดเชื้อตามธรรมชาติหรือไม่ แพ็กเกจตรวจเลือด STI ของ Kauri มี HBsAg และ Anti-HBs ไม่ใช่ชุดตรวจไวรัสตับอักเสบบีครบ 3 รายการ

ไวรัสตับอักเสบบีรักษาและติดตามอย่างไร?

ระยะเฉียบพลันมักดูแลแบบประคับประคอง ส่วนระยะเรื้อรังต้องประเมินค่าตับ การเพิ่มจำนวนของไวรัส และสุขภาพตับ ไม่ใช่ทุกคนที่ต้องเริ่มยาทันที แต่ทุกคนควรได้รับการติดตามตามความเหมาะสม เมื่อมีข้อบ่งชี้ แพทย์อาจใช้ยาต้านไวรัส เช่น ทีโนโฟเวียร์ (tenofovir) หรือเอนเทคาเวียร์ (entecavir) เพื่อกดไวรัสและลดภาวะแทรกซ้อนทางตับ ไม่ใช่ยาที่ทำให้หายขาดได้ทุกราย ผลคัดกรองเป็นบวกจึงเป็นจุดเริ่มต้นของการตรวจยืนยันและวางแผนดูแลตับต่อไป

หากเสี่ยงรับเชื้อไวรัสตับอักเสบบี ควรทำอย่างไร?

รีบปรึกษาแพทย์โดยไม่ต้องรออาการ อาจจำเป็นต้องฉีดวัคซีน และบางกรณีต้องได้รับอิมมูโนโกลบูลินสำหรับไวรัสตับอักเสบบี ขึ้นอยู่กับการสัมผัสเสี่ยงและหลักฐานภูมิคุ้มกันเดิม ผลตรวจเลือดเป็นลบในช่วงแรกอาจต้องตรวจติดตาม ควรแจ้งวันที่ฉีดวัคซีนและนำผลเดิมมาด้วย เพราะการเพิ่งฉีดวัคซีนอาจมีผลต่อ HBsAg ชั่วคราว หากตั้งครรภ์และมีเชื้อ ต้องประสานการดูแลเพื่อป้องกันทารก ส่วนการป้องกันต่อเนื่องควรใช้ถุงยางอนามัย และไม่ใช้เข็ม มีดโกน หรือแปรงสีฟันร่วมกับผู้อื่น

คำถามที่พบบ่อย

คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับไวรัสตับอักเสบบี

Anti-HBs เป็นบวก แปลว่าติดไวรัสตับอักเสบบีไหม?

ผลนี้อย่างเดียวไม่ได้แปลว่าติดเชื้อ Anti-HBs มักบ่งบอกภูมิคุ้มกันมากกว่าการติดเชื้อในปัจจุบัน แพทย์จะดูระดับที่ตรวจได้ร่วมกับ HBsAg ประวัติวัคซีน และรายการตรวจอื่นเมื่อจำเป็น

ภูมิคุ้มกันไวรัสตับอักเสบบีต่ำ ต้องฉีดวัคซีนใหม่ทุกคนไหม?

ไม่จำเป็นเสมอไป หลังฉีดวัคซีนครบ ระดับแอนติบอดีอาจลดลงตามเวลา แต่ร่างกายยังมีความจำของภูมิคุ้มกันอยู่ได้ คำแนะนำขึ้นอยู่กับหลักฐานการฉีด ภาวะภูมิคุ้มกัน และความเสี่ยงต่อการรับเชื้อ ไม่ได้ใช้ผลตรวจค่าเดียวตัดสิน

ตรวจอะไรได้บ้างที่ Kauri?

เลือกตรวจเฉพาะรายการหรือเลือกแพ็กเกจตามเรื่องที่กังวล ลิงก์ด้านล่างจะพาไปยังหน้าตรวจโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ ซึ่งมีรายการตรวจทั้งหมดให้เปรียบเทียบ พร้อมวิธีเตรียมตัว

แพ็กเกจตรวจเลือดคัดกรอง 4 โรค

฿2,290

ตรวจคัดกรอง HIV ซิฟิลิส ไวรัสตับอักเสบบี และไวรัสตับอักเสบซี ด้วยการตรวจเลือด 6 รายการ

ระยะเวลารอผล
24 ชั่วโมง
ดูแพ็กเกจและรายการตรวจทั้งหมด

เวลารอผลแพ็กเกจเริ่มนับหลังเก็บตัวอย่าง ไม่ใช่ระยะหลังสัมผัสเชื้อจนตรวจพบได้ ส่วนเวลารอผลของการตรวจแยกรายการและการประเมินเพิ่มเติม สามารถสอบถามได้ก่อนรับบริการ

แหล่งอ้างอิงทางการแพทย์

อัปเดตข้อมูลวันที่ 17 ตุลาคม 2569 เนื้อหาให้ความรู้อ้างอิงจากแหล่งข้อมูลทางการแพทย์ด้านล่าง ส่วนรายการบริการและราคาเป็นข้อมูลจาก Kauri แพทย์จะประเมินเพื่อเลือกการตรวจและการรักษาที่เหมาะกับแต่ละคน

  1. องค์การอนามัยโลก (WHO): ไวรัสตับอักเสบบี
  2. CDC: การตรวจไวรัสตับอักเสบบี
  3. CDC: อาการของไวรัสตับอักเสบบี
  4. CDC: การดูแลหลังเสี่ยงสัมผัสเชื้อไวรัสตับอักเสบบี

Kauri Health Clinic · BTS ปุณณวิถี

นัดปรึกษาอย่างเป็นส่วนตัว ใกล้ BTS ปุณณวิถี

Kauri Health Clinic อยู่ใกล้ BTS ปุณณวิถี เลขที่ 3063 ถนนสุขุมวิท แขวงบางจาก เขตพระโขนง กรุงเทพฯ 10260 เปิดวันอังคาร–เสาร์ เวลา 9:00–18:00 น. ปิดวันอาทิตย์และวันจันทร์ แจ้งเรื่องที่กังวล วันที่อาจสัมผัสเชื้อ และอาการที่มี พร้อมนำผลตรวจเดิมและรายการยาที่ใช้มาด้วย ทีมงานจะอธิบายการเตรียมตัวและขั้นตอนต่อไปอย่างเป็นส่วนตัว

อ่านข้อมูลโรคอื่นที่เกี่ยวข้อง

ดูบริการตรวจโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ทั้งหมด

เปรียบเทียบแพ็กเกจตรวจเลือดและปัสสาวะ การตรวจเลือดแบบแยกรายการ ราคา และเวลารอผลที่ Kauri เพื่อเลือกการตรวจให้ตรงกับเรื่องที่กังวล

ดูแพ็กเกจและรายการตรวจทั้งหมด
แชตทาง LINE